ปุ่มปรับความรู้สึก

posted on 13 Apr 2012 11:08 by selfconcept in YourSelf directory Knowledge, Diary, Idea

ขึ้นเอนทรี่ที่สองก็เสนอผลิตภัณฑ์กันซะแล้วครับ  วันนี้ผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาแนะนำกันก็คือปุ่มปรับความรู้สึกครับ  แต่ว่าสิ่งนี้คืออะไรโปรดอ่านให้จบแล้วรับเอาไปใช้กันแบบฟรีๆกันเลย  ทุกที่ทุกเวลา  ของแบบนี้ไม่มีขายครับ

เคยไหมครับตื่นขึ้นมาแล้วมีเรื่องให้อารมณ์เสียตั้งแต่เช้าเลย?

เริ่มต้นวันกันแบบแย่ๆแล้วยิ่งแย่ไปทั้งวันเลย  บางครั้งกู่ไม่กลับพาลหงุดหงิดไปทุกเรื่อง  ความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญและเปราะบางมากครับ  ถ้ารู้สึกไม่ดีหรือติดลบไปแล้วยากมากที่จะทำให้กลับมารู้สึกดีหรือติดบวกในระยะเวลาอันสั้นได้  เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น  ความรู้สึกคงจะเหมือนกับการพยายามเปลี่ยนทิศทางของรถที่กำลังวิ่งหรือพยายามจะหยุดวัตถุที่เคลื่อนที่มาด้วยความรวดเร็ว  ถ้าหากเป็นการแข่งขันชักคะเย่อฝั่งหนึ่งก็คือความคิดความรู้สึกด้านบวกและอีกฝั่งคือความคิดความรู้สึกด้านลบ  ตัวคุณเองคือตรงกลางของเส้นเชือกที่ถูกยื้อดึงไปมาตามแรงและกำลังที่แต่ละฝ่ายมี 

ในความเป็นจริงแล้ว  นักจิตวิทยาวิเคราะห์ว่าสิ่งเร้าทางลบ รวมไปถึงความคิดเชิงลบ และความรู้สึกที่ไม่น่าพึงพอใจจะมีความเข้มข้น เด่นชัดและรุนแรงมากกว่าสิ่งเร้าทางบวก ความคิดทางบวก  และความรู้สึกที่น่าพอใจ  ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีว่าด้วยการเลือกรับรู้และใส่ใจ Selective Attention อันเป็นผลมาจากสัญชาติญาณของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่ระแวงต่อภยันตรายจึงต้องไวต่อสิ่งเร้าทางลบที่คุกคาม  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่แข่งขันชักคะเย่อกันกี่หน  ความรู้สึกทางลบจึงเป็นฝ่ายชนะเสมอ 

ถ้าอย่างนั้นพยายามคิดบวกไปก็ไร้ผลสินะ?

การสรุปเช่นนี้ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว  ถึงแม้ว่าตามความเป็นจริงแล้วคิดบวกสู้คิดลบไม่ไหว  แต่ความคิดบวกก็ช่วยลดความเข้มข้นของความคิดลบลงได้บ้าง  เหมือนเบรกที่ชะลอความเร็วของรถยนต์ 

ถ้าความรู้สึกไม่ดี ความคิดเชิงลบยังไงก็ต้องเกิดขึ้นอย่างไม่อาจห้ามได้  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่การระงับหรือห้ามความคิดลบๆหรือความรู้สึกแย่ๆไม่ให้เกิด  แต่เกิดเป็นคำถามใหม่คือ จะทำอย่างไรให้ออกจากความรู้สึกแย่ๆ หรือยุติความคิดแง่ลบให้เร็วที่สุด 

เจอเข้ากับคำถามนี้จิตวิทยาบัณฑิตถึงกับไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว  ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ  พ่อกับแม่มักจะเข้ามาปลอบใจซี และพูดเสมอว่าให้คิดแต่เรื่องดีๆทำใจสบายๆ  บอกตามตรงว่าไม่เคยนึกอะไรดีๆได้เลยสักเรื่องเวลาเจอเรื่องแย่ๆ  พอได้มาศึกษาจิตวิทยาถึงได้รู้ว่ามันมีทฤษฎีผลกระทบจากอารมณ์ทางบวกและทางลบ Good & Bad Mood Effect ด้วย  ทฤษฎีนี้บอกว่าความรู้สึกและอารมณ์ของเราในขณะนั้นมีผลต่อความสามารถในการระลึกถึงเรื่องราวในอดีตด้วย  โดยเราจะนึกออกเฉพาะเรื่องราวที่อยู่ในโทนอารมณ์เดียวกัน  ทฤษฎีนี้จึงอธิบายได้ว่าทำไมกันนะ คนเศร้ามันถึงนึกได้เฉพาะเรื่องเศร้าๆ  คนล้มเหลวก็ยิ่งมองเห็นแต่ความผิดพลาดของตนในอดีต  การพยายามนึกถึงสิ่งดีๆในเวลาที่สิ่งแย่ๆมาเยือนดูท่าว่าจะเป็นไปได้ยาก 

ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรดีล่ะ?  ระหว่างที่นอนคิดไปคิดมาก็เหลือบไปเห็นปุ่มหมุนๆที่ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ  ก็เกิดความคิดสนุกๆขึ้นมา  ถ้าหากเรามีปุ่มปรับความรู้สึกได้แบบนี้คงดี  เพียงแค่พกปุ่มนี้ไว้กับตัวแล้วเอาไปติดไว้ในทุกๆที  รู้สึกแย่เมื่อไรก็กดปุ่ม  หงุดหงิดก็หมุนปุ่ม  คิดลบก็ปรับให้คิดบวกได้ง่าย

คิดไปคิดมาปุ่มปรับความรู้สึกก็ทำท่าว่าจะมีจริงอยู่โลก  แต่ต้องอาศัยจินตนาการบ้าง  เวลาที่เรารู้สึกไม่ดี  เรามักจดจ่ออยู่แต่กับต้นตอสาเหตุที่ทำให้เราอารมณ์เสียใช่ไหม  เรารู้สึกไม่มีทางเลือกและต้องหัวเสียกับสิ่งนั้นใช่ไหม 

แต่ถ้าลองใส่ปุ่มปรับเข้าไปในทุกสถานการณ์  ปุ่มคือทางเลือก  ถ้าหากเรามีทางเลือกอื่นนอกจากความรู้สึกไม่ดีคงดีใช่ไหม แล้วเราคงอยากเลือกทางเลือกที่จะรู้สึกดี  ใส่ปุ่มเข้าไปเพื่อให้เรามองเห็นว่าผลลัพธ์ในการมีความรู้สึกอย่างไรจะเป็นเช่นไร  ระหว่างสูญเสียเวลาไปหนึ่งชั่วโมง หนึ่งวัน จมกับความรู้สึกแย่ๆ กับการหมุนปุ่มปรับความรู้สึกไปยังความรู้สึกดีๆ  มีความสุขกับเวลาที่ยังเหลืออยู่ 

สิ่งสำคัญคือการมองให้เห็นผลที่จะเกิดขึ้นจากทางเลือกต่างๆ  ถามตัวเองเสมอว่าเราต้องการให้ความรู้สึกไม่ดีทำลายทุกอย่างจริงๆหรือ  และบอกตัวเองเสมอว่าเรามีอำนาจที่จะเลือกรู้สึก  เราคือเจ้าของปุ่มปรับความรู้สึกของตัวเอง  เพียงเท่านี้คุณก็จะปิดความคิดลบๆ หยุดความรู้สึกแย่ๆได้ราวกับปิดสวิชท์

หลังอ่านเอนทรี่นี้จบแล้ว ซีขอแจกปุ่มปรับความรู้สึกให้ทุกคนเอาไปใช้กันครับ  อย่าลืมแบ่งปันให้เพื่อนๆและคนที่คุณรักด้วยนะครับ      

edit @ 13 Apr 2012 11:54:32 by Self-C

Comment

Comment:

Tweet

*Ruj Rattanapahu
ขอบคุณนะครับที่ให้ความสนใจเอนทรี่นี้

#2 By C. ครับ on 2012-04-27 23:03

confused smile confused smile confused smile














มาสาดความสุขให้นะครับ

เรื่องสยามไม่ได้เซียนอะไรหรอกครับ ไม่ได้ไปนาน พาลให้คิดถึง
เมื่อก่อนเฉย ๆ แต่ที่คุ้นเคย เพราะเรียนอยู่แถวนั้น (ไม่เคยย้ายถิ่นฐาน)
ตั้งแต่ มัธยมปี่ที่ 1 ยันปริญญาโท เลย confused smile confused smile confused smile

วันนี้ร้อนมาก...เดี๋ยวกลับมาอ่านเอนทรี่ครับ
น่าสนใจในเรื่อง "ความความนึกคิดของเรา"

#1 By Ruj Rattanapahu on 2012-04-15 15:29