เริ่มต้นค้นหา เปิดเส้นทางสำรวจ

เคยไหมครับที่อยู่ๆก็รู้สึกสับสน  หรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวเอง? 

...ว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนแบบไหนกันนะ?...

...ทำไมเราถึงตัดสินใจในเรื่องต่างๆอย่างนี้?...

...สิ่งที่เราเป็นอยู่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราหรือเปล่า? 
หรือเพียงแค่แสดงออกไปว่าเป็นแบบนั้น?...

...แล้วสิ่งที่ทำอยู่ เราต้องการแบบนี้จริงๆหรือ?
ผลสำเร็จที่ออกมาใช่เป้าหมายที่เราใฝ่ฝันหรือไม่?...

...

จากคำถามหลายๆข้อที่ล่องลอยอยู่ด้านบนเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นที่มาที่ไปของบล็อกนี้ครับ  แต่ทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นเป็นบล็อกได้เลยถ้าหากขาดแรงผลักดันสำคัญ  สิ่งนั้นก็คือความรักในการเขียน ความชอบในการอ่าน  และความสุขที่ได้ถ่ายทอด บอกเล่าเรื่องราวต่อคนอื่น  บวกกับความรู้เฉพาะทางด้านจิตวิทยาเต็มเปี่ยมที่มีอยู่ที่ช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นได้ลึกซึ้ง  แต่ก็ไม่ได้ทำให้เข้าใจตัวเองได้ในทุกเรื่องๆ  น่าเศร้าก็ตรงประโยคหลังนี่แหละครับ 

และเพราะความไม่เข้าใจในตัวเองนี้แหละครับที่ทำให้เราหลงทาง  ขวนขวาย พยายามหา ทำ เอามาให้ได้ ในสิ่งที่จริงๆแล้วไม่ได้ต้องการ  แต่ละทิ้ง เมิน เพิกเฉยต่อสิ่งที่เราปรารถนาอย่างแท้จริง  ซึ่งก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ประสบอยู่ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว 

ถ้าถามตัวเองว่ารู้จักตัวของคุณเองดีแค่ไหน?  ร้อยทั้งร้อยก็คงตอบได้อย่างทันทีว่า ฉันรู้จักตัวของฉันดีที่สุด  เพราะฉันอยู่กับมันมาตั้งแต่เกิดจนถึงบัดนี้  ถ้าเป็นจริงเช่นคำตอบก็คงดีเพราะคนเกือบทั้งหมดที่ตอบว่ารู้จักตัวเองดีกลับต้องใช้เวลาครุ่นคิดสักพักเพื่อจะอธิบายหรือบรรยายเกี่ยวกับตัวเอง  หรือว่าเราอาจจะไม่ได้รู้จักตัวเราเองดีที่สุดอย่างที่เราคิด 

แล้วใครล่ะจะรู้จักตัวเราได้ดีกว่าตัวของเราเอง?  ถ้ามีใครคนนั้นก็คงดี   เพราะในความเป็นจริงมันช่างโหดร้ายเมื่อไม่มีใครคนนั้นอยู่บนโลกนี้ 

หลายครั้งหลายคราวคนเราจึงต้องตื่นขึ้นมาพบกับฝันร้ายว่า ช่วงเวลาแห่งการค้นหาตัวเองยังไม่จบสิ้น ทั้งๆที่เราเคยคิดว่าจบสิ้นลงไปแล้วตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น  สิ่งที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือการเปลี่ยนงาน ข้ามสายไปมากันให้วุ่นในช่วงชีวิตการทำงาน  หรือแม้แต่การเปลี่ยนคณะหรือสาขาวิชาในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยที่มีให้เห็นตลอด  แม้แต่คนสูงอายุที่เปลี่ยนแปลงหันเหชีวิตตัวเองออกไปให้แตกต่าง  การค้นพบและนำมาซึ่งจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นได้เสมอตลอดช่วงชีวิต  ขึ้นอยู่กับว่าใครค้นเจอได้เร็วกว่ากัน 

แต่เวลาหมุนไปไม่อาจย้อนกลับ ความว่าสายเกินไปหรือเจอกันช้าไปคือเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นได้เพราะไม่สามารถตั้งต้นได้ใหม่  และไม่มีใครต้องการให้เป็นเช่นนั้น  ในขณะเดียวกันโลกใบนี้ก็ช่างกว้างใหญ่และมีอะไรให้เป็น ให้ทำมากมายนับไม่ถ้วนเกินกว่าจะมีเวลาและโอกาสพอให้เราได้ทดลองทุกอย่าง  การบอกตัวเอง การค้นพบว่าสิ่งไหนไม่ใช่เราที่ว่ายากแล้ว  สิ่งที่ยากกว่าคือการหาสิ่งที่ใช่เราให้พบท่ามกลางสิ่งที่ความเป็นไปได้ว่าอาจจะเราและสิ่งที่ไม่ใช่เราซึ่งรายล้อมเราอยู่ 

ภารกิจยิ่งใหญ่ของชีวิต  ภารกิจแห่งการค้นหาตัวเอง จึงไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในทะเล 

Self-Concept คือศัพท์ทางจิตวิทยาหมายถึง ตัวตนของเราหรืออัตมโนทัศน์เป็นสิ่งที่บุคคลรับรู้เกี่ยวกับตัวเองโดยอาศัยแหล่งข้อมูลจากตัวบุคคลและสิ่งแวดล้อม  หาความสอดคล้องระหว่างกันเพื่อยืนยันว่าสิ่งนั้นคือตัวเราจริงๆ  เราคงจะไม่รับรู้ว่าตัวเอง สวย หล่อ เก่ง ใจดี จริงไหมครับถ้าไม่มีคนอื่นเลยบอกว่าเราเป็นเช่นนั้น

เราทุกคนจึงเปรียบเสมือนนักสำรวจที่ค้นหาตัวตนหรือ Self-Concept โดยมีเครื่องมือสำรวจอยู่สองอย่างคือตัวเองและสิ่งแวดล้อม  สิ่งที่เราทุกคนกำลังทุกอยู่ก็คือหาข้อมูลเพื่อรู้เกี่ยวกับตนเองให้มากขึ้น  และหาประสบการณ์เพื่อเรียนเกี่ยวโลกให้มากขึ้นไปพร้อมๆกัน

ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของบล็อก Self-Concept* Know more yourself & Learn more your world เพื่อจุดประสงค์สุดท้ายที่ยิ่งใหญ่คือการเป็นตัวของตัวเองให้ดีที่สุดโดยทำให้ดีที่สุด Be the Best & Be yourself

ไม่นึกเลยครับว่าจะเขียนที่มาที่ไปของบล็อกได้ยาวถึงสองหน้าเอสี่กว่าๆเลย  แต่เปิดบล็อก บล็อกเกอร์มือใหม่คงต้องแนะนำตัวกันสักหน่อยนะครับ  ผมชื่อซีครับ ตัดมาจากเลยจากพยัญชนะต้นของชื่อจริง ถ้าเป็นชื่อ Screen name ใช้ชื่อว่า Self-C แปลว่า ตัวของซีก็ได้ครับ หรือเป็นตัวย่อจากคำว่า Self-Concept 

ซีจบการศึกษาด้านจิตวิทยามาโดยตรงครับ ได้เรียนจิตวิทยาหลายสาขามากครับเป็นวิทยาศาสตร์บัณฑิต  ระหว่างเรียนกิจกรรมที่ทำมาตลอดก็คือการเขียนหนังสือ ทั้งบทความ เรียงความ เรื่องสั้น นิยาย มีผลงานตีพิมพ์บ้างครับ  ปีก่อนก็เป็นครั้งแรกที่เสียภาษีค่าลิขสิทธิ์ครับ  แต่ยังไม่เคยมีงานเขียนที่เป็นเล่มของตัวเองเลยครับ  ชอบการอ่านไปร้านหนังสือไม่บ่อยแต่ไปครั้งไหนก็เหมือนถูกดูดจมอยู่ในนั้นนานมาก มีความสุขกับการถ่ายทอดครับเคยบันทึกเรื่องราวต่างๆเป็นไดอะรี่มาแล้ว  แต่จะไม่ใช่การบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเฉยๆจะใส่แง่คิดลงไปด้วยเสมอ

ไม่บอกอายุนะครับ แต่คงจะเดากันได้ถ้าบอกว่าพึ่งเรียนจบมาไม่กี่ปี  ทำงานด้านการฝึกอบรมในธุรกิจโรงแรมแห่งหนึ่งได้เกือบปีเองครับแต่ชีวิตเสียศูนย์ไปเยอะเลยครับ  การทำงานพรากด้านอื่นๆของชีวิตไปเสียเกือบหมด  กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสูญเสียสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเราไป  สิ่งนั้นคือการเขียน  พอรู้ตัวก็รีบปล่อยมือจากสิ่งที่ไม่ใช่ทิ้งไปและกลับมาคว้าสิ่งที่ใช่เอาไว้ 

exteen เป็นที่หนึ่งที่เคยผ่านเข้ามาและก็กลับออกไปแล้วสองครั้งเพราะไปหยิบสิ่งที่เข้าใจผิดว่าใช่  แต่ทุกครั้งที่เข้ามาก็รู้สึกขอบคุณทุกครั้ง  ครั้งนี้ก็เช่นกันครับ  ขอบคุณ exteen สถานที่ที่เราใช้ค้นหาตัวเองและไปให้ถึงฝันด้วยการเป็นตัวของตัวเองและทำให้ดีที่สุด

เนื้อหาที่จะนำเสนอในบล็อกนี้สารภาพตามตรงว่าคิดไม่ออกว่าจะมีกี่หมวดหมู่ มีอะไรบ้าง รู้เพียงว่าเขียนเกี่ยวกับตัวเองและสิ่งแวดล้อมกว้างมากนะครับ  ความจริงแล้วอาจจะแยกหมวดหมู่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำไปเพราะความจริงแล้วตัวเรากับสิ่งแวดล้อมไม่เคยแยกออกจากกันเลย  แต่ที่ดู directory แล้วหลักๆคงมี diary ที่อาจจะมี knowledge และ idea เข้ามาปนอยู่ด้วย  และ Lifestyle ที่ประกอบด้วยหลายๆเรื่อง Fiction Food Fashion Entertainment Tech Travel และ Asian หมวด Cartoon อาจจะมีบ้างแต่ยังไม่เคยสำรวจตัวเองครับ  ปกติเป็นคนไม่ดู ไม่อ่านการ์ตูนเลย  

ขอบคุณครับที่กดเข้ามาอ่านกัน  และก็ฝากตัว ฝากบล็อก SelfConcept.Exteen.com ด้วยครับ  เป็นบล็อกที่แปลกๆในด้านที่มาที่ไป แต่ขอชวนให้กดเข้ามาลองอ่านเนื้อหาในครั้งต่อไปครับ

edit @ 12 Apr 2012 17:48:14 by Self-C

edit @ 13 Apr 2012 11:57:09 by Self-C

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับคุณซี

#3 By ThankJob on 2012-04-28 10:09

*ThankJob
ใช่ครับ การค้นพบตัวเองเป็นเรื่องที่ยากมาก
แม้แต่นักจิตวิทยาเองที่สามารถเข้าถึงใครหลายคนได้
ก็อาจจะมีบางมุมที่ไม่รู้เกี่ยวกับตัวเอง
ทางจิตวิทยาเราใช้มาตรวัดกับบุคคลในมิติต่างๆ เพื่อบอกคุณสมบัติของบุคคล
ซึ่งมาตรวัดนั้นถึงจะเที่ยงตรงสูงแต่ก็ไม่ได้เต็มร้อยเสียทีเดียวครับ
เวลาและประสบการณ์ช่วยได้มากกว่า เป็นกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว สิ่งที่ช่วยได้คือเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ และการนึกทบทวนเกี่ยวกับตัวเอง สังเกตว่าทำอะไรแล้วเราชอบ อยู่ในสถานการณ์แบบไหนมีความสุข ฯลฯ

#2 By C. ครับ on 2012-04-27 23:07

มันยากจริงๆนะครับที่จะค้นพบตัวเอง
พอจะมีวิธีไหมครับ

#1 By ThankJob on 2012-04-26 19:51